น้ำยาฆ่าเชื้อ

ในสถานการณ์ของโรคระบาด ที่หลายคนกำลังเผชิญ และ รู้สึกหวาดวิตก อยู่ในขณะนี้ ทำให้การทำความสะอาดคราบสกปรกเพียงอย่างเดียว เริ่มไม่เพียงพอ มาตรฐานการทำความสะอาดในปัจจุบัน จึงต้องเพิ่มการฆ่าเชื้อเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า มีทั้งความสะอาด และ ความปลอดภัย เป็นอย่างดี ซึ่งหนึ่งใน น้ำยาฆ่าเชื้อ ที่หลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้วนั่นก็คือแอลกอฮอล์ แต่เพราะเหตุใดจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมในการใช้งาน ก็เนื่องมาจากเหตุผลดังนี้

แอลกอฮอล์ เป็นสารที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อจุลินทรีย์ (antimicrobial agent) สามารถทำลาย (microbicide) หรือ หยุดยั้งไม่ให้เชื้อเจริญเติบโต (microbiostasis) ได้ แอลกอฮอล์สามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้หลากหลาย และ ไม่จำเพาะเจาะจง โดยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์บนพื้นผิว สิ่งของต่าง ๆ ได้ จึงสามารถยับยั้ง การแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่แอลกอฮอล์มีข้อเสียคือ ระเหยเร็ว จุดเดือดต่ำ ติดไฟได้ง่าย มักทำปฏิกิริยากับพื้นผิวบางชนิด เช่น ทำให้โลหะเกิดสนิม เลนส์มัว เนื้อของพลาสติกแข็ง หรือ พองตัวขึ้น ทำให้การใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อ จากแอลกอฮอล์มาใช้บ่อย ๆ จึงส่งผลเสียต่อพื้นผิวต่าง ๆ เป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่อใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ก็เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย แอลกอฮอล์ระเหยได้เร็ว ดังนั้นหากพื้นผิววัสดุต่าง ๆ มีคราบสกปรกเกาะอยู่ก็อาจส่งให้ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อลดลงได้ และยังมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสารฆ่าเชื้อชนิดอื่น ๆ

ดังนั้นทางผู้ให้บริการทำความสะอาดมืออาชีพจึงมุ่งเน้นที่จะคัดเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีความปลอดภัย พร้อมประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคที่ดีอย่าง 22 Multi-QUAT Sanitizer ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อชนิดควอทที่สามารถทำลายเชื้อโรค และยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บนพื้นผิวทั่วไปได้ดี รวมถึงพื้นผิวของอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร และงานพื้นผิวทั่วไป อย่างโต๊ะ อุปกรณ์ต่าง ๆ กระเบื้อง อ่างล้างมือ พื้นห้อง ผนังห้อง รวมถึงพื้นผิวโครเมียม อย่างที่จับประตูห้องน้ำ และอ่างอาบน้ำ เป็นต้น

เหตุผลที่น้ำยาชนิดนี้ ได้รับความนิยม ในการใช้งาน ก็เนื่องมาจาก เป็นน้ำยาที่ทาง NEA , National Environment Agency และ ACC , American Chemistry Council ให้การรับรองว่า สามารถฆ่าเชื้อ COVID19 ได้ ได้รับการขึ้นทะเบียน โดยหน่วยงานภาครัฐอย่าง อย.เลขที่ 643/2553 เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ ในระดับ Food Grade ใช้อย่างแพร่หลาย ในอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร และ โรงพยาบาล โดยผู้ผลิตอย่าง Ecolab คือผู้ผลิต ที่ได้มาตรฐาน มีประสบการณ์ ในการผลิต และ จัดจำหน่ายสารฆ่าเชื้อชนิดต่าง ๆ มานานหลายสิบปี และมีเครือข่ายในการจัดจำหน่ายเกือบทุกภูมิภาคของโลกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเตรียม ตามอัตราส่วนที่เหมาะสม กรณีแอลกอฮอล์ ความเข้มข้นที่เพียงพอ สำหรับการฆ่าเชื้อ คือความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 70% สามารถสั่งซื้อได้ทั้งแบบความเข้มข้นสูง แล้วมาผสมกับน้ำเอง หรือ ซื้อแบบที่เตรียมความเข้มข้นที่ 70% มาใช้งานเลยก็ได้ การใช้งานคือ สเปรย์น้ำยาให้ทั่วพื้นผิว จากนั้นก็ทิ้งให้แห้ง ส่วนน้ำยาฆ่าเชื้อ 22 Multi-QUAT Sanitizer จะผสมตามการใช้งาน กรณีใช้เช็ดฆ่าเชื้อประจำวัน ด้วยการเช็ดทำความสะอาด ไม่ควรผสมมากไป เพื่อให้เหมาะสม กับพื้นผิวที่ใช้สัมผัสอาหาร ให้ผสมน้ำยา 2-4 ml. กับน้ำ 1 ลิตร ใช้เช็ดทำความสะอาดได้ โดยไม่ต้องเช็ดออก ส่วนกรณีที่ใช้เพื่อเช็ดฆ่าเชื้อ หรือ ฉีดพ่นฆ่าเชื้อ ใช้ในการป้องกัน และ ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และ เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ให้ผสมน้ำยา 24 ml.กับน้ำ 1 ลิตร เมื่อฉีดพ่นแล้ว ให้ทิ้งเอาไว้บนพื้นผิว อย่างน้อย 10 นาทีก่อนเช็ดออก ด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอีกครั้ง หรือ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดก็ได้ สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

เมื่อใช้งานน้ำยาฆ่าเชื้อ ตามวิธีการที่กำหนดอย่างเหมาะสม เชื่อได้ว่า อาคารสถานที่ของท่าน จะมีความสะอาด จากเชื้อโรคร้ายต่าง ๆ ที่เป็นภัยต่อสุขภาพ ได้เป็นอย่างดี หรือ อาจเลือกใช้บริการ จากผู้ให้บริการ ที่มากประสบการณ์ ที่จะเข้ามาดูแล ความสะอาด และ จัดการฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจอย่างมืออาชีพ ก็จะสร้าง ความสะดวก ให้มากขึ้น

 

เพราะดีคลีนรู้ดีว่า ความกังวลใจ ในช่วงเวลาที่มีการระบาดของโรคภัย สร้างความไม่สบายใจมากขนาดไหน
ดีคลีนจึงพร้อมที่จะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพดีและปลอดภัย ในการทำงานใ เพื่อสร้างความสบายใจ ให้กับทุกคนค่ะ
เพราะดีคลีนอยากให้ทุกๆ วัน..เป็นวันที่ดีของทุกคน
dKLEAN Make Your Day
ทำให้ทุกวัน..เป็นวันที่ดีสำหรับคุณ
สนใจติดต่อ
Tel: 061-269-0125
Line: @dklean

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">HTML</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*